การโอนรถ

     การโอนรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐาน ประกอบคำขอในแต่ละกรณี ดังนี้
  1. การโอนกรรมสิทธิ์รถ

     1.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

     1.2 หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข หรือ สัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น

     1.3 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้ แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล

  2. การโอนสิทธิการใช้รถ

    2.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

    2.2 หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ของผู้โอน เฉพาะในกรณีที่ผู้โอนมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

    2.3 หลักฐานการโอนสิทธิการใช้รถ เช่น สัญญาเช่าซื้อ หนังสือโอนสิทธิการเช่าซื้อ สัญญาเข้าร่วมกิจการ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกสหกรณ์เดินรถ ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกิจการกับสหกรณ์เดินรถ เป็นต้น
 
    2.4 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทน บัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

  3. การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิการใช้รถ

   3.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

   3.2 หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 ของผู้โอน เฉพาะในกรณีที่ผู้โอนมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

   3.3 หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น

   3.4 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้ แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

  4. การโอนรถโดยการรับมรดก หรือโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

   4.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

   4.2 สำเนาหรือภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก แล้วแต่กรณี

   4.3 หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และหรือผู้จัดการมรดก ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือ บัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือ รับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

  5. การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

   5.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

   5.2 สำเนาใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก

   5.3 หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้ แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

  6. การโอนรถโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

   6.1 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

   6.2 คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือหนังสือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายให้โอนรถให้กับ ผู้รับโอน พร้อมทั้งรายละเอียดของรถคันดังกล่าว

   6.3 หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

   เมื่อได้รับคำขอ (ยกเว้นการโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาล แต่งตั้งผู้จัดการมรดก) และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

   1. ตรวจสอบการบรรจุรถในบัญชี ขส.บ.11

   2. ตรวจสอบว่าผู้โอนได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.11 แล้วหรือไม่ หากปรากฎว่ายังมิได้ ถอนรถ ก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน

   3. (ก) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสอบ (ออก ทก.1) พร้อมประเมินราคารถ เพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากร
(ข) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสอบ (ออก ทภ.1) สำหรับกรณีการโอนรถ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือผู้โอน อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด

   4. ตรวจสอบรถ

   5. ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอ พร้อมทั้งตรวจสอบการลงลายมือชื่อของผู้ประกอบการขนส่ง หรือ เจ้าของรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ ผลการตรวจสอบรถและการเสียอากรตามประมวลรัษฎากร (ถ้ามี) เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอน

   6. บันทึกรายการโอนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และ ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (กรณีเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการขนส่ง) เสนอนายทะเบียนลงนาม

   7. จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (กรณีเปลี่ยนชื่อ ผู้ประกอบการขนส่ง)

   การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อได้รับคำขอโอนและได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

   1. จัดทำหนังสือไปถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือพนักงานสอบสวนท้องที่ตามภูมิลำเนาของเจ้ามรดก เพื่อขอความร่วมมือให้สอบปากคำบรรดาทายาทของเจ้ามรดก พร้อมทั้งขอให้ดำเนินการประกาศรับโอน มรดกนั้นด้วย ถ้าปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่อาจดำเนินการสอบปากคำบรรดาทายาท และประกาศรับ
มรดกตามที่ขอความร่วมมือไปได้ ให้นายทะเบียนแจ้งผู้รับโอนนั้นไปยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการแต่งตั้ง ผู้จัดการมรดก แล้วนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการโอนรถ โดยให้ดำเนินการเช่นเดียวกับการ โอนรถโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

   2. เมื่อได้รับแจ้งผลการดำเนินการตามข้อ 1 แล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการโอนรถ

ในการโอนรถ ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันโอน ในกรณีไม่แจ้งภายในกำหนด ต้องเสียค่าปรับตามอัตราที่กำหนดไว้ก่อน